title แม็กกาซีนพระ บทความและสาระความรู้

พระปิดตายันต์ยุ่ง ราชาอุตตโม หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง
20 เมษายน 2563    3,482

พระปิดตายันต์ยุ่ง ราชาอุตตโม หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง

พระปิดตายันต์ยุ่ง ราชาอุตตโม หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง

 

โดย ศาล มรดกไทย

ปี พ.ศ.2518 ความนิยมในการสร้างพระปิดตาพิมพ์ยันต์ยุ่ง ถอดแบบลักษณะมาจากพระปิดตาของหลวงพ่อทับ วัดทอง และของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ด้วยความสวยงามการสร้างแบบหล่อโบราณที่ทันสมัย ทําให้ในปีนี้มีพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่เคารพศรัทธาของศิษย์ในหลายๆ จังหวัด ต่างนิยมสร้างพระปิดตาพิมพ์นี้ขึ้นมา

ซึ่งในปัจจุบันพระปิดตาพิมพ์ยันต์ยุ่งของสุดยอดพระเกจิอาจารย์หลายๆ องค์ที่สร้างในปีนั้นกําลังได้รับความนิยม มีสนนราคาที่สูงขึ้นในพระปิดตาของพระคณาจารย์ที่ทรงคุณวิเศษในทางด้านวิชาอาคมและมีพุทธคุณเป็นที่เชื่อมั่นต่อผู้บูชา ดังเช่น พระปิดตา ราชาอุตตโม ของหลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง หนึ่งในพระเกจิอาจารย์สายวิปัสนากรรมฐาน ที่เป็นที่รู้จักและนับถือของประชาชนทั่วทั้งเมืองไทย ด้วยท่านเป็นพระสงฆ์ที่เพียบพร้อมไปด้วยศีลวัตรที่งดงาม มีความเมตตา กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจอย่างแท้จริง

หลวงปู่สิม

ประวัติหลวงปู่สิม

พระญาณสิทธาจารย์ (สิม) วัดถ้ำผาปล่อง ท่านเป็นชาวจังหวัดสกลนคร เกิดที่หมู่บ้านบัว ตําบลสว่าง อําเภอพรรณานิคม ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2452 ท่านเป็นคนที่ 5 ในจํานวนพี่น้องทั้งหมด 10 คน บิดาชื่อสาน มารดาชื่อสิงห์คํา นามสกุลวงศ์เข็มมา เมื่อเติบโตได้ศึกษาเล่าเรียนและมีความสนใจในทางด้านดนตรีพื้นบ้าน พอเริ่มเป็นหนุ่มท่านมีความชํานาญจนได้เป็นหมอแคนตั้งคณะดนตรีกับเพื่อนๆ แต่ด้วยความที่ใส่ใจทางพระพุทธศาสนา และเห็นความเกิดแก่เจ็บตาย จนตั้งใจที่อยากจะบวชในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

เมื่ออายุได้ 17 ปี จึงตัดสินใจขอบิดามารดา บวชเป็นสามเณรที่วัดศรีรัตนาราม ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้าน หลังจากนั้นไม่นานเป็นเวลาที่กองทัพธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เดินธุดงค์จากจังหวัดหนองคายมาจนถึงจังหวัดนครพนม สามเณรสิมจึงได้มาฟังธรรมคําสั่งสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม และท่านพระอาจารย์มหาปิ่น ปญญาพโล ด้วยความเลื่อมใสในพระธรรมที่พระอาจารย์ได้สอนให้เห็นแจ้ง จึงขอติดตามคณะธุดงค์ถวายตัวเป็นศิษย์ ติดตามพระอาจารย์มั่นไปในหลายๆ จังหวัดทั่วทั้งภาคอีสาน

จนเมื่อท่านมีอายุครบบวชได้บรรพชาเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่วัดศรีจันทราวาส ตําบลพระลับ อําเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2472 โดยมีเจ้าคุณพระเทพสิทธาจารย์ (จันทร์ เขมิโย) วัดศรีเทพประดิษฐาราม เจ้าคณะธรรมยุติ จังหวัดขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดดวงจันทร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “พุทธาจาโร” หลังจากนั้นได้ติดตามพระอาจารย์สิงห์ ไปอยู่ที่วัดป่าวิเวกธรรม (วัดป่าบ้านเหล่างา) ศึกษาหลักธรรมคําสั่งสอนจากพระอาจารย์สิงห์จนมีความเชี่ยวชาญ ได้พบเจอกับศิษย์สายพระอาจารย์เดียวกันหลายๆ องค์ เช่น หลวงปู่เทศก์ เทสรังสี, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, ท่านพ่อลี ธมมธโร ฯลฯ

เมื่อท่านบวชเป็นพระภิกษุถึงพรรษาที่ 8 ในปี พ.ศ.2479 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) วัดบรมนิวาส ได้เดินทางไปเยี่ยมพระอาจารย์สิงห์แล้วได้พบเจอกับพระภิกษุสิม ที่กําลังปรณนิบัติรับใช้พระอาจารย์ ด้วยความที่เห็นลักษณะที่ดีของพระภิกษุสิมว่าเป็นผู้มีบุญ จึงได้ชักชวนให้มาอยู่ที่วัดบรมนิวาสในกรุงเทพฯ ซึ่งพระอาจารย์สิงห์ เห็นดีด้วยเพื่อที่พระภิกษุสิมจะศึกษาพระธรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไป หลังจากเดินทางมาอยู่วัดบรมนิวาสในเพียงปีกว่าๆ ได้รับความรู้ในพระธรรมอย่างแตกฉาน ทั้งยังได้เป็นอาจารย์สอนกรรมฐานแก่พระที่มาบวชใหม่ที่วัดบรมนิวาสช่วยงานของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน) ได้เป็นอย่างดี

หลังจากออกพรรษาในปี พ.ศ.2480 ท่านได้ลาพระอาจารย์กลับมาเยี่ยมญาติโยมที่บ้านเกิดในจังหวัดสกลนคร เมื่อกลับมาท่านได้ปรึกษาบรรดาญาติโยมและชาวบ้านที่ให้การนับถือ ตกลงที่จะสร้างวัดขึ้นเพื่อให้เป็นวัดป่าธรรมยุตินิกายเป็นแห่งแรกในจังหวัด เมื่อญาติของท่านได้ยกที่ดินให้และจัดสร้างเป็นสํานักสงฆ์ขึ้นจนปัจจุบันได้พัฒนาเป็นวัดชื่อว่า “วัดสันติสังฆาราม” นับเป็นวัดที่ได้รับการก่อสร้างจนเจริญรุ่งเรืองมีสํานักสงฆ์สาขาในหลายๆ แห่ง

ตลอดเวลาท่านจะสร้างและพัฒนาตลอดจนเดินทางไปธุดงค์ในหลายๆ สถานที่และรับเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัด หลายๆ วัด ถึงแม้ว่าท่านจะต้องรับภาระดูแลกิจการงานในพระพุทธศาสนามากมาย แต่ท่านยังคงมีความชื่นชอบในการธุดงค์เดินทางหาที่สงบเพื่อนั่งวิปัสนากรรมฐานในช่วงระยะเวลาที่สามารถปลีกตัวไปได้ จนถึงปี พ.ศ.2503 ท่านได้ธุดงค์มาจําพรรษาที่วัดในจังหวัดเชียงใหม่บ่อยๆ ก่อนหน้านั้นได้สร้างสํานักสงฆ์ที่จังหวัดเชียงใหม่จนต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดชื่อว่า “วัดสันติธรรม” เมื่อท่านได้พบถ้ำที่อยู่สูงและกว้างขวางเหมาะแก่การสร้างเป็นสํานักสงฆ์ และท่านจึงได้อยู่ประจําที่แห่งนี้ ภายหลังได้รับการตั้งขึ้นเป็นวัดชื่อว่า “วัดถ้ำผาปล่อง”

พระอาจารย์สมได้สร้างวัดถ้ำผาปล่องด้วยความร่วมแรงร่วมใจจากศิษย์ที่ให้ความนับถือ ถึงแม้บางครั้งท่านต้องเดินทางไปช่วยงานวัดอื่นๆ แต่ท่านก็จะกลับมาอยู่ที่วัดถ้ำผาปล่องแห่งนี้เป็นประจํา ในด้านสมณศักดิ์ ทางพระพุทธศาสนาท่านเป็นที่นับถือของศิษย์เป็นจํานวนมากทั่วประเทศได้เลื่อนสมณศักดิ์ สุดท้ายที่ “พระญาณสิทธาจารย์” ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2535 หลังจากนั้นเพียงหนึ่งวันเมื่อมีงานฉลองสมณศักดิ์ในวันที่ 13 สิงหาคม หลวงปู่สิมได้มรณภาพอย่างสงบที่วัดถ้ำผาปล่อง สิริอายุได้ 82 ปี 9 เดือน 19 วัน 63 พรรษา

ในด้านวัตุมงคลของหลวงปู่สิม ท่านไม่ค่อยจะให้ศิษย์ทําขึ้นในระยะแรกๆ เหมือนเช่นพระสายปฏิบัติธรรมตามแนวทางของพระอาจารย์มั่น แต่ด้วยทนความต้องการของศิษย์ที่อยากสร้างเป็นที่ระลึกถึงพระอาจารย์ไม่ได้ จึงมีการสร้างเหรียญหลวงปู่สิม ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2513 และมีการสร้างต่อๆ มาอีกหลายสิบรุ่น ล้วนได้รับความนิยม ด้วยเป็นที่เชื่อถือว่าบูชาติดตัวแล้วดีทางด้านแคล้วคลาดปลอดภัย มีเมตตามหานิยม บูชาแล้วมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง จนท่านได้ปลุกเสกวัตถุมงคลให้ศิษย์หลายๆ รูปแบบ ทั้งเหรียญรูปเหมือน พระปิดตา พระปรกใบมะขาม พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ฯลฯ สําหรับพระปิดตายันต์ยุ่ง ราชาอุตตโม สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2518 โดยพระอาจารย์เฉลิมชัย ได้ขออนุญาตต่อหลวงปู่และให้ศิษย์ร่วมทําบุญเพื่อนําปัจจัยก่อสร้างสํานักสงฆ์ถ้ำผาปล่องในขณะนั้น มีจํานวนการสร้างทั้งหมดคือ
1 เนื้อทองคํา 9 องค์
2 เนื้อเงิน 199 องค์
3 เนื้อนวโลหะ 2518 องค์

ฉบับ 160 พระปิดตายันต์ยุ่ง ราชาอุตตโม หลวงปู่สิม-2

 

ฉบับ 160 พระปิดตายันต์ยุ่ง ราชาอุตตโม หลวงปู่สิม

การหล่อครั้งนี้ใช้มวลสารและแผ่นยันต์ที่ศักดิ์สิทธิ์มากมายจากการจารยันต์โดยพระเกจิอาจารย์ในยุคสมัยนั้นรวมถึงทองชนวนพระกริ่งของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ทองชนวนพระกริ่งของหลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปัง ฯลฯ พระปิดตาทั้งหมดหลวงปู่สิมได้อธิษฐานจิตให้ครั้งแรกที่วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 2กุมภาพันธ์ ในงานเปิดพิพิธภัณฑ์ของพระอาจารย์มั่น และนํามาอธิษฐานอีกครั้งที่วัดถ้ำผาปล่อง ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ สุดท้ายผู้จัดสร้างได้นําไปขอความเมตตาจากพระอาจารย์ศิษย์สายพระอาจารย์มั่นอีกหลายๆ รูปช่วยอธิษฐานจิตให้ เช่น พระอาจารย์วัน อุตตะโม สํานักถ้ำอภัยดํารงค์ธรรม, พระอาจารย์แว่น ธนปาโร วัดป่าสุทธาวาส, พระอาจารย์หลวง วัดป่าสําราญนิวาส ฯลฯ

ด้วยรูปแบบที่สวยงาม มีความชัดเจนในการสร้างและมีการตอกโค้ดเอาไว้จึงทําให้ได้รับความนิยม ศึกษาง่าย ที่สําคัญต่างกล่าวขวัญกันว่าบูชาแล้วมีแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต จึงทําให้มีมีสนนราคาที่สูงขึ้นตลอดมา นับเป็นหนึ่งในวัตถุมงคลของหลวงปู่สิม ที่น่าสะสมบูชา แม้แต่หลวงปู่เอง ท่านยังเคยกล่าวไว้ว่า “พระชุดนี้มีความสวยงาม มีอํานาจบารมีสูงมาก” นับเป็นพระเครื่องขลังล้ำค่า ที่ควรบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง

 

พระเครื่องล้ำค่า ปีที่ 14 ฉบับ 160 ธันวาคม 2558 หน้า 30-31