พระสมเด็จแหวกม่าน พิมพ์สมาธิข้างเม็ด หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม สวยแชมป์ เดิมแท้ 100% ราคาไม่รวมตลับเพชรแท้

ราคา / สถานะ :
690,000
ชื่อร้าน นะพุทธคุณ
ประเภทร้าน SHOP
เบอร์โทร 0614289542
Line ID 0614289542
จำนวนผู้ชม 2,992
ดูพระทั้งหมดในร้านค้า
ข้อควรระวัง ในการเช่าพระผ่านเว็ปไซต์

ต้องตรวจสอบพระ และ ตกลงเงื่อนไขการรับประกัน ให้เรียบร้อย

หากไม่เคยติดต่อ หรือรู้จักผู้ให้เช่ามาก่อน
แนะนำให้นัดดูองค์จริง

ทางเวปเป็นสื่อกลาง ไม่มีส่วนในการเช่าพระ
กรุงเทพมหานคร 25 มิถุนายน 2565 11:18 AM
ชื่อพระ :

พระสมเด็จแหวกม่าน พิมพ์สมาธิข้างเม็ด หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม สวยแชมป์ เดิมแท้ 100% ราคาไม่รวมตลับเพชรแท้


รายละเอียดพระ :

#พระสมเด็จแหวกม่าน พิมพ์สมาธิ รัศมีข้างเม็ด #หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม

พระสมเด็จแหวกม่าน สร้างในราวปี พ.ศ. ๒๕๐๐ กึ่งพุทธกาล เป็นพระพิมพ์สำคัญที่มีความงดงามและจัดว่าหากยากมากของลพ.กวย สมัยก่อนหากใครค้าขายไม่ดีมีปัญหาทุกข์ยากในชีวิต หลวงพ่อท่านจะพิจารณามอบพระสมเด็จแหวกม่านให้ โดยนำพานใบใหญ่สุด ใส่พระไว้ตรงกลาง แล้วยกขึ้นเหนือหัวกล่าวคำอัญเชิญและบริกรรมคาถา ประสิทธิ์พระให้ก่อนมอบ ท่านเคยตอบศิษย์ว่า “พระแหวกม่านนี้ ท่านเสกพระพุทธองค์สถิตอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว เปล่งฉัพพรรณรังสี คือพระพุทธเจ้าภาคสูงสุด อยู่ในแดนนิพพาน เมื่อมอบให้เขา จึงต้องอัญเชิญดวงแก้วพระพุทธเจ้า ดวงแก้วพระรัตนตรัย เปล่งฉัพพรรณรังสีสว่างไสวแผ่ไปทั่วหมื่นแสนโลกธาตุ ปัดเป่าความมืด สิ่งไม่ดีออกไปจนหมดสิ้น พลิกชีวิตจากมืดไปสว่าง การอัญเชิญพระพุทธเจ้ามาประสิทธิ์นี้เหมือนกับที่หลวงปู่ดู่ วัดสะแกท่านเชิญวิมานแก้วพระพุทธเจ้ามาครอบวัตถุมงคลของท่าน ทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์สูงมาก

#ประวัติการสร้าง
ลพ.กวยท่านตั้งใจมากตั้งแต่สรรหามวลสารจากป่าลึกตามตำราระบุไว้ โดยท่านนำตำราการสร้างพระสมเด็จแบบของสมเด็จโต มาประยุกต์ร่วมกับวิชาที่ท่านเรียนมา เริ่มจากท่านจะให้ศิษย์ที่เป็นพรานป่า คนรู้วิชาป่า มีอาคมพอตัว ออกเดินทางร่วมไปกับท่านยังป่าลึกผ่านดงใหญ่ใบหนาของป่าไม้ เมื่อเข้าไปยังที่เหมาะสมตามตำรา ท่านจะทำการบวงสรวงป่า และอธิษฐานเชิญครูบาอาจารย์ จากนั้นท่านจะนำเอาผ้าขาวมามาเสกด้วยคาถา จากนั้นจะให้ศิษย์โยนขึ้นบนฟ้า โดยท่านจะหมายตาเอาไว้ว่าม้วนผ้าลอยสูงขึ้นไปประมาณเท่าไร จากนั้นท่านจะทำหลักไม้ไผ่ หรือทำเครื่องหมายเอาไว้ ต่อมาจะให้ศิษย์ช่วยกันสร้างหอพิธี หรือห้างพิธีบนต้นไม้ แล้วแต่สถานที่อำนวย เมื่อหอหรือห้างพิธีเสร็จแล้ว ท่านจะรอเวลาเช้าตรู่ให้ศิษย์นำเอาขันสัมฤทธิ์ขึ้นไปไว้บนหอพิธีนั้น ใส่น้ำลงไปในขันพอสมควร จากนั้นท่านจะเข้าที่ภาวนาไปเรื่อยๆ ไม่เกินเวลาเพลก็หยุดภาวนา (ท่านถือเคล็ดจะภาวนาตอนพระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้น คือ ขึ้นตลอดไม่ลง) การภาวนาของท่านเป็นการภาวนาด้วยคาถาหัวใจพญาการเวก เพื่อเรียกพญานกการเวกให้มาเล่นน้ำในขันสัมฤทธิ์ (สัมฤทธิ์ คือสำเร็จ) ที่เตรียมไว้ โดยเปลี่ยนน้ำทุกวันจนวันใดขึ้นไปพบขนนกการเวก แปลว่าพญาการเวกมาลงเล่นน้ำ และสลัดขนเอาไว้ให้แล้ว ท่านจะนำขนและน้ำนั้นกลับ เป็นอันเสร็จพิธีกรรม

มวลสารในการสร้างแค่อย่างแรกนี้เมื่อท่านทราบก็คงพอจะรู้ได้ว่า การจะสร้างพระสักรุ่น สักองค์ของครูบาอาจารย์ในอดีตอย่างของ ลพ.กวย นี้ช่วงแสนยากเย็น เมื่อได้ขน “นกการเวก” มาแล้วท่านจะนำเอามวลสารสำคัญอย่างอื่นๆมาผสม พระเนื้อผงยุคแรกๆของท่าน โดนเฉพาะอย่างยิ่งพิมพ์แหวกม่านจะมีส่วนผสมดังต่อไปนี้

· ขนนกการเวก (เป็นมหานิยมอย่างสูงยิ่ง อาจารย์น้อยรูปที่จะเรียกนกการเวกได้)
· เม็ดมะก่ำขาว (ของหายากใช้ดีทางกันคุณไสย กันอาถรรพ์)
· ไม้ต้นคันทรง เขานำมาใช้ตีกลองเพล (ดีทางชุมชุม เรียกคน เป็นเมตตา โด่งดัง)
· ไม้มงคล ๙ ชนิด นำมาขูด นำมาป่นเป็นผง มี สักทอง, ขนุน, ทองหลาง เป็นต้น
· แร่อุกกาบาต (กันอาถรรพ์ กันคุณไสย ลมเพ ลมพัด)
· ขวานฟ้า (เมื่อยามฟ้าผ่าจะพบก้อนหิน หรือก้อนแร่ลักษณะคล้ายใบขวาน ใช้กันฟ้าผ่า)
· ดอกไม้มงคลทั้ง ๙ เช่น ดอกบัว, ดอกบานไม่รู้โรย, ดอกดาวเรือง เป็นต้น
· เกสรบัวทั้ง ๕
. ผงสมเด็จโตฯวัดระฆัง
· ผงอิทธิเจ
· ผงตรีนิสิงเห
· ผงมหาราช
. ผงพุทธคุณ
· ผงดอกไม้บูชาพระวันเข้าพรรษา
· ไคลอาถรรพ์ เช่น ไคลโบสถ์, ไคลเจดีย์, ไคลพระพุทธบาท เป็นต้น
· ผงหวายลูกนิมิต (หวายเคล็ด คือ เหนียว มีคุณดีทางกันปืน คุ้มครอง)
· ผงดินติดผาลไถ (ถอดถอนคุณไสยของต่ำ หงส์ร่อนมังกรรำ)
· น้ำใต้ท้องเรือ (ถอดถอนคุณไสยของต่ำ หงส์ร่อนมังกรรำ)
· ไม้คาน (เป็นไม้คานแม่หม้ายขายของจนหัก ดีทางทำมาหากิน เมตตา เพราะแม่รักลูกหากินมาเลี้ยงลูกจนไม้คานหัก)
· น้ำมันหอม จากบ้านแม่ค้าที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น เงิน ทอง สำรวย เป็นต้น ตอนซื้อห้ามต่อราคา
· ไม้ไก่กุก เป็นไม้ที่ไก่ตัวผู้คาบขึ้นมาหลอกเรียกตัวเมียให้สนใจ ให้เข้ามาใกล้ๆ เพื่อผสมพันธุ์ (ดีทางเมตตามหาเสน่ห์)
· เครือเถาหลง
· ว่านวิเศษต่างๆ
· น้ำใบขัดมอญ ตำแล้วคั้นมาผสมดีทางกันคุณไสย
· ดี สัตว์มงคลต่างๆเช่น ดีงูเหลือม (นอนกิน) ดีเต่าตนุ (อายุยืนนาน) ดีไก่ดำ (ทำมาหากินเก่ง) ดีเสือ ดีหมี (มหาอำนาจ) และถือเคล็ดว่า “ดี” อะไรๆ ก็จะดีตามคำออกเสียง

หลวงพ่อท่านเสกทำพระผงได้เด็ดขาดมาก ในยุคนี้หาพระที่เสกทำได้ละเอียดเช่น หลวงพ่อกวยหาได้ยาก ต่อไปอนาคตอีกร้อยปีเชื่อว่าไม่มีใครทำได้อย่างหลวงพ่อกวยองค์นี้แน่นอน หลวงพ่อจรูญพูดเสมอว่า “หาพระสมเด็จวัดระฆังไม่ได้ ให้บูชา พระผงของหลวงพ่อกวยมีผลเหมือนกัน" นี่เป็นถ้อยคำที่หลวงพ่อจรูญเคยกล่าวไว้ ผู้เขียนจึงนำมาเผยแพร่ให้ทราบดังที่เคยรับรู้มา ส่วนที่ไม่กล่าวถึงพระพิมพ์อื่นใช่ว่าไม่ดี แต่พระบางพิมพ์ผู้เขียนไม่มีจึงไม่ได้ถามท่าน พวกเหรียญเคยให้ท่านดูท่านว่าดี แต่เห็นเฉยๆ ไม่เหมือนพระผงท่านว่า #ดีที่สุดต้องพระเนื้อผง ทั้งสร้างยาก เสกยาก ต่อไปจะหาได้ยาก เพราะคนเขาเอาไปบูชาแล้วร่ำรวย และเกิดผลจริงต่างหา บูชากันจนหมด ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อในคำกล่าวของหลวงพ่อจรูญอย่างไม่มีข้อสงสัย เพราะท่านบอกเล่าเรื่องหลวงพ่อกวยมานี้ ท่านเองไม่ได้อะไรและไม่ได้โอ้อวดตัวว่า เรื่องหลวงพ่อต่อสังคม เห็นท่านยังคงเก็บตัวเสมอมาจวบจนมรณภาพ เงินทองท่านก็ ไม่ถือไม่สนใจใครถวายปัจจัยใส่ซองมา ท่านก็เหน็บไว้ตามข้างฝาบ้างตามเสื่อบ้างใส่ ไว้ในสมุด ซุกไว้ตามจุดต่างๆ ภายในกุฏิไม่สนใจใยดีแต่อย่างใด วันๆ ท่านก็ไม่ออกไป ไหนคงทำสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่แต่ในกุฏิ ส่วนผู้คนที่มาหาท่านมากมายหน้ากุฏินั้น ภายหลังผู้เขียนสอบถามจึงทราบว่า ผู้คนเหล่านั้นเป็นพวกมาขอหวยที่มารอขอเลขกับท่าน

#พระพิมพ์สมเด็จและพระเนื้อผง

จากข้อมูลเก่าของท่านอาจารย์สมจิตรกล่าวไว้ว่า “ท่านใช้ดินสอพองซื้อ จากสาวพรหมจารี หลวงพ่อทำผงปถมัง ผงมหาราช ผงอิทธิเจ,ผงนะ ๑๐๘ ท่าน ทำเองหมด นอกจากผงของท่านยังมีผงของครูบาอาจารย์ของท่าน ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ พี่ชายหมอเฉลียว เดชมา มาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ได้ พักที่วัดระฆังโฆสิตารามได้พบผงของสมเด็จโตประมาณ เกือบ ๑๐ บาตร พระสมเด็จ องค์ ได้นำผงมาถวายหลวงพ่อพร้อมพระสมเด็จ ๒ องค์ หลวงพ่อได้นำผงของสมเด็จโตผสมกับผงของท่านทำพระสมเด็จ เวลาผสมทำท่านชุมนุม เทวดาเชิญพระอรหันต์ ปรากฏว่าคนมากันเต็มไปหมด พระก็จะทำ คนก็จะมา ยุ่งไปหมด ท่านได้พูดว่า “ผงสมเด็จโตนี่ก็สำคัญเหมือนกัน ผสมทำพระไม่ได้เลย คนคอยจะมา แต่กูซิชักจะรำคาญแล้วไม่เป็นอันทำอะไรได้เลย เมื่อท่านเผลอ หนูก็คอยจะมากินผงท่าน แม้พระท่าน หนูก็แทะกิน ค้างคาวก็มารุมกิน แม้เป็นสมเด็จแล้วมันก็แทะ ผมมีสมเด็จที่หนูแทะ ค้างคาวแกะเอาไว้ ๒-๓ องค์ สรุปคือพระของท่านกันหนูและกันค้างคาวไม่ได้ เมื่อหนูกินผงของท่าน เด็กวัดเคยเอาเหล็กหมาด (เหล็กแหลม) แทงติดพื้นกระดานเลย แต่แทงไม่เข้า นายทีเป็นคนแทง” จากข้อมูลนี้จึงทราบได้ว่าพระของท่านมีผงเก่าวัดระฆังอยู่ ทำให้พระเครื่องของท่านเท่ากับมีพุทธคุณสองต่อ หนึ่ง พุทธคุณจากเจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) สอง จากพลังอำนาจจิตและผงของหลวงพ่อที่ท่านเขียนแล้วลบสะสม ไว้ด้วยความอุตสาหะ

พระเนื้อผงนี้เป็นพระที่ท่านสร้างตามแนวทางของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จโต วัดระฆังโฆสิตาราม พระเนื้อผงของท่านประกอบด้วยผงวิเศษ ๕ ประการ ตามตำราเจ้าพระคุณสมเด็จทุกประการ ทั้งนี้หลวงพ่อกวยท่านยังนำผงศักดิ์สิทธิ์อื่นๆใส่เพิ่มเติมลงไป ผงเก่าของครูบาอาจารย์ท่าน เช่น ผงจินดามณีหลวงพ่ออิ่ม ผงหลวงพ่อเดิม เป็นต้น เพื่อผลที่ครอบคลุมในทุกทางตามเคล็ดวิชาการที่ท่านศึกษาเล่าเรียนมาจากหลายสำนัก ท่านจึงนำมาประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะสมกับยุคสมัย และการอาราธนาบูชาในชีวิตประจำวันของเหล่าศิษย์ พระของท่านใครก็แขวนได้คนดี คนร้าย ไม่ว่าอาชีพใดท่านเมตตาทั้งสิ้น ด้วยความรักของ พ่อ-แม่ ไม่มีประมาณ ลูกดีชั่วก็รัก ลูกเสมอเท่าเทียมกัน พ่อ-แม่ รักทั้งสิ้นย่อมอยากเห็นลูกรอดปลอดภัย

หากกล่าวไปแล้วพระสมเด็จยุคแรกของท่านองค์เขื่องสักหน่อย บางคนเขา เกี่ยงว่าองค์ใหญ่เทอะทะแขวนคอค่อนข้างลำบาก ท่านเคยสร้างพระสมเด็จยุคแรก ผสมน้ำมันงาเสก องค์ใหญ่เกือบเท่าฝ่ามือแจกศิษย์ใช้บูชาประจำตระกูลถือเป็น พระองค์ครูแทนตัวท่าน พระรุ่นนี้อธิษฐานบอกกล่าวทำน้ำมนต์แก้โทษภัยแก้เจ็บไข้ได้สารพัด พระรุ่นนี้ศิษย์ที่ย้ายถิ่นไปหากินทางจังหวัดจันทบุรีได้ไปหลายครอบครัว ปัจจุบันเหลือเพียงเรื่องเล่าเพราะหาพระองค์จริงมาให้ชมไม่ได้ ต่อมาท่านจึงยุบขนาด องค์พระลงแต่บางคนเขาก็ยังว่าใหญ่ไปสักนิด พระยุคนี้หลวงพ่อท่านสร้างในช่วง แข็งแรงและเรืองอาคมมาก ท่านปลุกเสกเต็มที่ทุกทางเขาจึงว่าพระยุคนี้เก่งดี พระยุคนี้มีพิมพ์หลักเป็นที่รู้จักกัน คือ พิมพ์นักเลงโต กับ พิมพ์อกอุ (ราหู) พระสองพิมพ์นี้โดยมากตกอยู่กับศิษย์ใกล้ชิดหาชมได้ยาก ทราบว่าหลวงพ่อกวยท่านเริ่มสร้าง พระสมเด็จเนื้อผงผสมน้ำมันภายหลังท่านมาร่วมงานปลุกเสกที่วัดกัลยา กรุงเทพฯ คาดว่าท่านได้เรียนรู้การใช้น้ำมันตังอิ้วผสมลงในเนื้อพระ ทำให้พระมีเนื้อจับตัวกัน แน่นแลดูสวย ทั้งเนื้อพระยังไม่ลุยหลุดง่ายทั้งมีความแกร่งในตัว

การสร้างพระเครื่องเนื้อผงของหลวงพ่อกวย เริ่มตั้งแต่การเสาะหามวลสาร วิเศษนานาชนิด กว่าจะสะสมของวิเศษให้ได้ตามตำราไม่ใช่ของง่าย ของบางอย่าง ต้องบุกป่าฝ่าดงไปเสาะหาเอาจากในป่าลึก ของบางอย่างต้องใช้อาคมขอจากเทพ เทวดา ของบางอย่างต้องมีวาสนาบารมีพอจึงจะได้พบเจอ ของวิเศษที่ว่านี้มีหลายชนิดหากจะให้นำมากล่าวแจกแจงทั้งหมดคงไม่ได้ด้วยมวลสารทั้งหมดมีหลวงพ่อกวยผู้เดียวที่รู้ มวลสารเท่าที่ศิษย์ทราบจากการที่ท่านใช้ศิษย์ให้ไปหา ไปเอาจากที่ ต่าง ๆ ซึ่งของบางอย่างเข้าใจว่าเทพเทวดามาบอกท่านให้ไปเอาก็มี

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อกวยท่านเคยกล่าวกับศิษย์ว่า “ต่อไปจะหาพระอย่างท่านที่มานั่งเขียนผงลบผง หรือมานั่งปลุกเสกพิถีพิถันอย่างท่านนั้นไม่มีแล้ว พระที่ท่านลบผงเป็นเสกผงได้ ท่านก็ไม่มีเวลามาทำ ไม่เสียเวลามานั่งตรากตรำทำอย่างท่าน แล้วจะรู้จริงทำได้จริงเสกได้จริงไม่ใช่ง่ายต่อไปจะไม่มี” การเรียนเขียนผงลบผงวิเศษตามตำรานั้นไม่ใช่ของง่าย พระบางรูปต่อให้เรียนเขียนผงจน กระดานทะลุยังไม่สำเร็จตามตำรา ของแบบนี้ต้องมีบุญวาสนาบารมีแต่อดีตชาติมา เกื้อหนุนด้วย ทั้งการเรียนลบผงแต่ละสูตรต้องมุมานะอดทนมากจึงสำเร็จ หลวงพ่อกวยท่านเป็นพระที่มีความมุมานะอดทนสูงมาก ทั้งมีบุญวาสนาบารมีด้วยเป็นหน่อ เนื้อโพธิสัตว์มาบำเพ็ญบารมี การกระทำใดๆ ที่ท่านปรารถนาจึงบรรลุและศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อกวยท่านชอบพระพิมพ์สมเด็จชอบสร้างพระผง ท่านชอบแจกพระผงให้ศิษย์ ที่ค้าขาย พระผงบางพิมพ์ท่านจะพิจารณาด้วยญาณวิถีก่อน ว่าบุคคลผู้นั้นมีวาสนา บารมีพอครอบครองหรือไม่ เช่น พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ พระพิมพ์แหวกม่าน พระ สมเด็จหลังรูป พระพิมพ์พุทธกวัก

พระของท่านบางพิมพ์ในช่วงท่านยังทรงสังขารอยู่ท่านแจกคนใกล้ชิดไปไม่ มาก พระที่เหลือท่านเอาไปฝังกรุไว้รอคนมีบุญวาสนารุ่นต่อไปมาครอบครองเมื่อถึง เวลา #หลวงพ่อกวยท่านพูดเสมอว่าพระของท่านมีเจ้าของทุกองค์ โดยเฉพาะพระพิมพ์ สำคัญดังที่กล่าวไปข้างต้นล้วนรอผู้มีวาสนาครอบครองบูชา ว่าไปพระของหลวงพ่อกวยนี้ก็สมควรจัดเป็น “ของวิเศษ ที่อยู่คู่โลก คู่แผ่นดิน” ข้าพเจ้าผู้เขียนเขียนเช่นนี้ อาจว่าข้าพเจ้าใจแคบ หรือมีโลกทัศน์ไม่กว้างรู้จักครูบาอาจารย์มาน้อย แต่ในชีวิต ข้าพเจ้าที่ผ่านมากับการตามรอยศึกษาประวัติหลวงพ่อกวยแล้ว ตอบได้เลยว่าที่ว่า วิเศษ" ด้วยผู้สร้างคือหลวงพ่อกวยท่านจิตใจสูงส่ง ยอมสละเวลาเกินครึ่งค่อนชีวิต เพื่อทำ "ของขวัญ" เป็นของขวัญที่แม้นไม่เลิศเลอ แต่มันคือเวลา ชีวิตจิตใจ ความ อุตสาหะ ตรากตรำ คร่ำเคร่ง เสียสละเวลาส่วนตัวที่จะได้พักให้สบายกับเขาไม่มีจน วาระสุดท้ายของชีวิต เพื่อให้ของขวัญกับลูกหลานที่ยังไม่เคยเห็นหน้า แต่ท่านก็ทำไว้ ให้ด้วยความเต็มใจ เหตุนี้ข้าพเจ้าผู้เขียนจึงกล่าวได้เต็มปากว่านี้ล่ะของวิเศษของข้าพเจ้า คือของที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์รอมอบให้แก่เรานั้นเอง

พระเนื้อผงของหลวงพ่อกวยที่ถือว่าเป็นพระพิมพ์สำคัญ มีความศักดิ์สิทธิ์สูง ผู้ที่บูชาจะรู้เห็นชัดเจนว่า “อำนาจพุทธคุณ" เป็นอย่างไร พระเครื่องที่เขาว่าเสกจน สามารถบรรเทาเคราะห์กรรมได้เป็นอย่างไรนั้น ผู้บูชาพระเนื้อผงของหลวงพ่อกวย ย่อมทราบดีในข้อนี้ พระพิมพ์ที่ถือเป็นพิมพ์สำคัญมากประสบการณ์ มีราคาสูงทั้งยังหาได้ยาก คือ พระสมเด็จปรกโพธิ์ พระสมเด็จแหวกม่าน พระสมเด็จหลังรูป พระทั้งสามพิมพ์นี้ถือว่าหาได้ยาก ใช่ว่าเป็นผู้มีทรัพย์มากแล้วจะครอบครองได้ เพราะหาก ไม่มีบุญวาสนาบารมีพอก็ยากที่จะได้มาบูชา หรือสามารถรักษาพระนั้นได้ตลอด เพราะหากวาสนาบารมีไม่พอถึงเวลาท่านจะมีเหตุให้ไปอยู่กับผู้ที่เหมาะสม พระของ หลวงพ่อกวยต่างจากพระคณาจารย์อื่นตรงที่ “พระเลือกตน ไม่ใช่คนเลือกพระ นี้เป็นสิ่งที่ศิษย์หรือผู้ที่บูชาพระหลวงพ่อกวยทุกคนทราบดี ผู้ที่ไม่เคยบูชาย่อมไม่ทราบ ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ตัวอักษรอธิบายไม่ได้ ต้องรู้สึกจากประสบการณ์จริงจึงจะรู้ชัด ว่าเป็นเช่นไร ?

#เกี่ยวกับเจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต

หลวงพ่อท่านมีความเคารพสมเด็จโตมาก ภายหลังจากท่านได้นำผงของเก่า และพระสมเด็จแตกหักชำรุดที่ท่านได้รับจากพี่ชายหมอเฉลียว เดชมา ทราบว่าพี่ชายหมอเฉลียวมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ พักอยู่ที่วัดระฆัง ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง (สงครามโลกครั้งที่ ๒ เริ่ม พ.ศ. ๒๕๔๒) ได้พบผงเก่าของเจ้าพระคุณสมเด็จโต ประมาณ ๑ บาตรพระ พร้อมกับพระสมเด็จวัดระฆังอีกราว ๑๐ องค์ ต่อมาได้นำผงเก่ากับพระสมเด็จสององค์ถวายหลวงพ่อ ท่านนำพระสมเด็จวัดระฆังยุบรวมกับผงของท่าน สร้างเป็นพระสมเด็จขึ้นมาราวสามองค์ พระสมเด็จที่ว่านี้ท่านนำมาฝนใช้ทำน้ำมนต์ พระสมเด็จองค์ที่ใช้ทำน้ำมนต์ ภายหลังศิษย์ผู้หนึ่งได้ไปบูชา ผงเก่าของสมเด็จโต หลวงพ่อท่านนำมาเป็นผงหัวเชื้อ เพื่อผสมสร้างพระผงพิมพ์ต่างๆ ของท่าน ต่อมา ผงเก่าของสมเด็จโตนี้มีพุทธคุณสูงมากจนหลวงพ่อถึงกับออกปากกับศิษย์ ภายหลังท่านเปลี่ยนชื่อวัดเพื่อระลึกถึงสมเด็จโต จากเดิมชื่อวัดบ้านแค เป็นวัดโฆสิตารามมาจนปัจจุบันนี้ นอกจากหลวงพ่อท่านจะปลุกเสกพระผงด้วยพระคาถา สำคัญต่างๆ ท่านยังเสกด้วยพระคาถาชินบัญชรตามแนวทางสมเด็จโต คาถาชินบัญชร นี้เป็นคาถาสำคัญที่อัญเชิญบารมีพระพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า พระคาถาสำคัญต่าง ๆ มาสถิตรักษาอยู่ทั่วสรรพางค์กาย ตั้งแต่กระหม่อมจอมขวัญเบื้องบนลงมาสู่เบื้องล่าง เป็นดั่งเกราะแก้วกำบังป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ไม่ให้มาแผ้วพาล สมเด็จวัดระฆังที่มีราคาแพงปลุกเสกด้วยพระคาถาสำคัญบทนี้หากผู้ใดไม่มีทุนทรัพย์มากพอบูชาพระ สมเด็จให้สวดมนต์ภาวนาด้วยพระคาถาชินบัญชร ทุกเช้า-ค่ำ สามารถคุ้มครอง ป้องกันภัยอันตรายทั้งเป็นสิริมงคลได้เช่นกัน

ผู้เขียนมีโอกาสได้พบหลวงพ่อจรูญ วัดเฉลิมอาสน์ ท่านสามารถสื่อจิตถึง สมเด็จโตกับหลวงพ่อได้ ผู้เขียนได้สอบถามพูดคุยกับหลวงพ่อจรูญ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่ค้างคาใจเกี่ยวกับหลวงพ่อ และครูบาอาจารย์อีกหลายรูปจนได้ความรู้ใหม่ๆ ในหลายด้านที่ไม่เคยรู้มาก่อน ผู้เขียนพบหลวงพ่อจรูญถือว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งทำให้ได้ทราบข้อมูลความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างสมเด็จโตกับหลวงพ่อกวย ว่าท่านทั้งสองมีความ ผูกพัน และเกี่ยวข้องกันมาในทางจิตวิญญาณในทางทิพย์ เรื่องราวที่ผู้เขียนนำเสนอ ต่อจากนี้ไม่ได้หวังให้เชื่อถือ หรือนำมาเป็นบรรทัดฐานใดเกี่ยวกับประวัติของหลวงพ่อ เพราะเรื่องของจิตวิญญาณหรือสิ่งลี้ลับไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิชาการ นอกจากความเชื่อมั่นศรัทธา หรือผู้ทรงญาณวิถีเท่านั้นจึงสามารถรับรู้ได้ ส่วนตัวผู้เขียนมีความเคารพเชื่อถือศรัทธาในหลวงพ่อจรูญอย่างไม่มีข้อสงสัยใด หลวงพ่อจรูญรูปนี้ท่านปฏิบัติจิตถึงขั้นไม่มีใครรู้นอกจากตัวท่าน แต่ที่ผู้เขียนได้สัมผัสพูดคุยกับ ท่านในข้อธรรมต่างๆ ท่านตอบได้ฉะฉานคล่องแคล่วมาก ผู้เขียนยิ่งแปลกใจมากเมื่อท่านทักขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันว่าผู้เขียนแขวนพระหลวงพ่ออยู่ในคอ ทั้งที่เวลานั้นผู้เขียนใส่เสื้อเชิ้ตติดกระดุมมิดชิด ไม่มีทางที่ท่านจะเห็นพระในคอของผู้เขียนได้ ทั้งยังบอกได้ด้วยว่าพระที่ใส่นั้นเป็นพระเครื่องของหลวงพ่อแบบใด มีพุทธคุณดีเด่นในทางใดท่านบอกเสร็จสรรพ ทั้งยังสามารถบอกได้ว่าพระของหลวงพ่อองค์นั้น ๆ มีผงเก่าของสมเด็จโตผสมอยู่หรือไม่ ท่านบอกได้หมดจนผู้เขียนต้องยอมรับว่าท่านรู้จริง ภายหลังผู้เขียนนำพระสนามของฝีมือไปทดสอบท่านหลายครั้ง หลวงพ่อจรูญตอบได้หมดอย่างไม่ผิดพลาดเลยสักครั้ง

ผู้เขียนไม่ทราบว่าลึกๆ แล้วหลวงพ่อจรูญท่านมีความเกี่ยวข้อง เริ่มต้น เป็นมาเป็นไปอย่างไร? เหตุใดท่านจึงรู้จัก ทั้งสามารถสื่อกับสมเด็จโตกับหลวงพ่อได้ เท่าที่ผู้เขียนได้รับฟังมาหลวงพ่อจรูญท่านพูดเสมอว่า #หลวงพ่อกวยคือสมเด็จโตองค์ที่สอง เรื่องนี้ท่านกล่าวหลายครั้ง ศิษย์หลวงพ่อจรูญรู้กันเกือบทุกคน ผู้เขียนเคยถามหลวงพ่อจรูญว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าผู้ที่มาหาท่าน ใครแขวนพระหลวงพ่อกวยมาบ้าง หลวงพ่อจรูญตอบผู้เขียนว่า "เมื่อใดมีผู้แขวนพระหลวงพ่อ กวยมาพบท่าน ท่านจะเห็นจิต หรือกายทิพย์หลวงพ่อกวยติดตามมาด้วย แต่หากพระเครื่องของหลวงพ่อกวยองค์นั้นมีผงเก่าสมเด็จโตผสมอยู่ ท่านจะเห็นจิต สมเด็จโตติดตามบุคคลผู้นั้นมาพร้อมหลวงพ่อกวย ทั้งนี้หากบุคคลใดแขวนพระเครื่องที่เจ้าประคุณสมเด็จโตปลุกเสกไว้ เช่น สมเด็จวัดระฆัง สมเด็จบางขุนพรหม สมเด็จวัดเกตุไชโย หลวงพ่อจรูญท่านก็สามารถล่วงรู้ได้เช่นกัน เท่าที่ผู้เขียนเคยสัมผัสพูดคุยกับหลวงพ่อจรูญ เชื่อว่าในอดีตชาติท่านต้องมีความเกี่ยวข้อง หรือปฏิบัติธรรมจนพบจิตสมเด็จโตกับหลวงพ่อกวยได้ หลวงพ่อจรูญท่านนับถือหลวงพ่อกวยมาก ท่านมักให้ศิษย์ผู้ตกทุกข์มีปัญหาชีวิตไปหาพระเครื่อง โดยเฉพาะพระพิมพ์สมเด็จของหลวงพ่อ มาแขวนบูชา ท่านว่า “หากตั้งใจสู้ชีวิตอย่างมีสติ มุ่งมั่นทำมาหากิน หมั่นสวดมนต์ภาวนาทุกเช้าค่ำ ประกอบการบุญอุทิศกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ท่านว่าไม่นานอย่างช้าไม่เกิน ๒ ปี ต้องกลับมาลืมตาอ้าปากได้ทุกคน” ผู้บูชาควรระลึก ถึง ทำบุญอุทิศกุศลถวายสมเด็จโตกับหลวงพ่อกวยอยู่เสมอ หมั่นสวดมนต์บูชาพระ ด้วยพระคาถาพาหุงมหากา พระคาถาชินบัญชร บูชาพระสีวลี ทุกวันอย่าได้ขาด จะเจริญสวัสดิมงคล ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาได้อย่างแน่นอน

#หน่อธาตุหน่อธรรมพระโพธิสัตว์

ที่กล่าวว่าหลวงพ่อกวย คือ สมเด็จโตองค์ที่สองนี้ ท่านอธิบายให้ผู้เขียนฟัง ว่า “หลวงพ่อท่านเป็นหน่อธาตุหน่อธรรมของสมเด็จโต ที่ท่านแบ่งภาคมา บำเพ็ญบารมีเพิ่มเติม" หลวงพ่อจรูญท่านกล่าวหนักแน่นว่า “การที่หลวงพ่อท่านมี ความรู้สึกผูกพันต่อสมเด็จโตมาก เกิดจากท่านได้พบสมเด็จโตมาชี้แนะสั่งสอนในทางนิมิต ไม่ว่าหลวงพ่อกวยทำการใดๆ ท่านมักบอกกล่าวอัญเชิญสมเด็จโต ทุกครั้งไป ท่านทั้งสองมีความเกี่ยวเนื่องกันมาแต่อดีตชาติ เป็นเรื่องที่หลวงพ่อกวยท่านไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟัง แต่ท่านรับรู้อยู่ภายในจิตของท่านเสมอมา ท่านจึงชอบสร้างพระสมเด็จบำเพ็ญตนเฉกเช่นพระโพธิสัตว์ ด้วยท่านเป็นผู้ปรารถนา พระโพธิญาณเฉกเช่นท่านสมเด็จโต" ผู้เขียนสอบถามหลวงพ่อจรูญเพิ่มเติม ถึงความผูกพันระหว่างหลวงพ่อกวยกับสมเด็จโต เปรียบไปแล้วคล้ายหลวงปู่ดู่ วัดสะแก กับ หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ ที่ว่ากันว่าหลวงปู่ดู่ คือ ธาตุธรรมของหลวงปู่ทวด ใช่หรือไม่? หลวงพ่อจรูญท่านยืนยันว่าคล้ายคลึงกัน เพียงแต่หลวงพ่อกวยท่านเงียบ ไม่ค่อยพูดบอกใคร เหตุนี้เองหลวงพ่อจรูญมักพูดบอกศิษย์เสมอว่า “ของที่หลวงพ่อกวยเสกก็เหมือนสมเด็จโตเสก พระหลวงพ่อกวยมีพลังสองต่อ คือ ได้รับการเสกจากทั้งสมเด็จโตและหลวงพ่อกวย ถือเป็นของดีของสูงค่าพุทธคุณ ไม่ต้องไปเสาะหาพระสมเด็จวัดระฆังราคาแพง ให้มาแขวนพระหลวงพ่อกวยมีคุณ เหมือนกัน เรื่องนี้ผู้เขียนไม่ได้แต่งเติมเรื่องราวเพื่อมาเขียน เพียงนำเรื่องราวที่หลวงพ่อจรูญเคยกล่าวไว้มาเปิดเผยเท่านั้น ส่วนที่พึ่งมาเปิดเผยด้วยผู้เขียนได้รับปากหลวงพ่อจรูญไว้ ท่านว่าอย่าเปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับหลวงพ่อกวยที่ท่านเล่า หรือเรื่องของตัวท่านต่อสาธารณะในขณะท่านยังมีชีวิตอยู่ เพราะกลัวผู้คนมารบกวนท่านมากขึ้นไปอีก ใครเคยได้พบหลวงพ่อจรูญจะทราบดี ว่ามีผู้คนไปหาท่านมากมายทุกวันไม่ขาด เวลานี้หลวงพ่อจรูญมรณภาพไปแล้วนานปี ผู้เขียนเห็นสมควรนำเรื่องราวมาเปิดเผย อาจทำให้หลายท่านได้ทราบเรื่องราวในอีกแง่มุมหนึ่ง ส่วนใครจะเชื่อถือ หรือไม่นั้นไม่อาจบังคับใจกันได้ คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามบุญวาสนาของแต่ละบุคคล หากเรื่องที่นำมาถ่ายทอดนี้มีประโยชน์ได้สร้างความรู้ความเข้าใจ ได้เผยแพร่ ธรรมทานมีอานิสงส์ประการใด ขออุทิศบุญกุศลถวายหลวงพ่อจรูญผู้เปิดเผย ผู้ไขสิ่งลี้ลับให้เผยสู่ที่แจ้งทำสิ่งที่มืดให้สว่าง ทำให้ศิษย์หลวงพ่อกวยได้รับรู้เรื่องราวด้านหนึ่งของท่าน

ข้อมูลจากหนังสือ : เรื่องเล่าเคล้าปาฏิหาริย์ ตำนานวัตถุมงคล หลวงพ่อกวย ชุตินธโร
รูปและเจ้าของพระ : #เพจนะพุทธคุ

ยางรถเอสยูวี

เราคัดสรร พระเด่น พระดี ระดับคุณภาพ มากกว่า 100,00 รายการมารวมไว้ ที่นี่!!

พระเครื่องในร้าน
พระเครื่องที่คล้ายกัน

แม็กกาซีนพระ เรารวมสาระความรู้ และ บทความเกี่ยวกับพระที่น่าสนใจ